ประกันชีวิตกับประกันสุขภาพแตกต่างกันอย่างไร

เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกันชีวิตกันในวันนี้ บางคนอาจจะสับสน คิดว่าทำประกันชีวิตแล้วเวลาเจ็บป่วยก็สามารถเข้าโรงพยาบาลและรักษาโดยใช้ประกันชีวิต ซึ่งมันเป็นความคิดที่ผิดอย่างแน่นอน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังคิดแบบนี้ขอให้อ่านกระทู้นี้ให้จบแล้วจะพบความจริงที่ซ่อนเอาไว้ในคำว่าประกันชีวิตและประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพก็แล้วกัน ประกันสุขภาพนั้นเรียกได้ว่าเป็นสาขาย่อยของประกันชีวิต ประกันสุขภาพ คือประกันที่เราทำแล้วสามารถนำไปใช้เวลาเจ็บป่วยไม่สบาย ส่วนประกันชีวิตนั้นเป็นประกันที่ไม่สามารถนำไปใช้ในการักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ แต่จะใช้ได้ในกรณีเสียชีวิต ทุพลภาพ หรือใดๆตามทำประกันระบุเอาไว้ ก็จะได้เงินเป็นก้อนออกมาตามที่เงื่อนไขในประกันระบุ หรือจะให้เข้าใจง่ายๆคือประกันสุขภาพเอาไว้ใช้ในเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ส่วนประกันชีวิตจะได้ใช้ครั้งเดียวตอนที่เสียชีวิตหรือตามที่เงื่อนไขในประกันระบุนั่นเอง

สำหรับประกันสุขภานั้นในแต่ละประเภทก็จะมีเงื่อนไขเอาไว้ ยอดเงินในการรักษาก็จะไม่เท่ากัน ใครอยากได้ค่ารักษาเยอะก็อาจจะต้องจ่ายรายเดือนแพงหน่อย หรือใครไม่จำเป็นต้องใช้เยอะเอาแค่โรงพยาบาลกลางๆ ไม่ใช่โรงพยาบาลชั้นนำ ก็สามารถรักษาสุขภาพ อาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้เหมือนกัน จะแตกต่างกันนิดหน่อยก็แค่บริการประกอบเท่านั้น แต่ทางด้านการรักษาโรคนั้น รับรองได้เลยว่า หมอในโรงพยาบาลรัฐที่รักษาฟรี กับหมอในโรงพยาบาลเอกชนแพงๆก็คือหมอที่มีความรู้ความสามารถเท่ากันทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไร มีกำลังทรัพย์เพียงพอ การเลือกโรงพยาบาลเอกชน เลือกทำประกันสุขภาพเบี้ยแพงๆเพื่อให้ได้การรักษาที่ดีนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่ไม่ผิด นอกจากนั้นแล้วการชำระค่าประกัน บางคนอาจจะสะดวกแบบจ่ายเป็นเดือนๆหรือบางคนอาจจะสะดวกจ่ายรวดเดียวหรือที่เรียกว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่าย แบบนี้ก็ได้

การจ่ายค่าประกันนั้นก็ถือว่ามีคามสำคัญอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน การที่เราเลือกจ่ายค่าประกันแบบรายเดือนคือจ่ายทุกๆเดือนนั้นก็ดีเพราะไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากหรือเงินก้อนในการชำระ แต่การชำระค่าประกันแบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกันคือ เราต้องมีวินัยเป็นอย่างมาก ต้องชำระทุกเดือน ชำระให้ตรงเวลา ซึ่งคนที่เลือกการชำระค่าประกันแบบรายเดือนนี้ส่วนมากจะเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานเพื่อแลกเงินเดือนมาหมุน จึงไม่สามารถหาเงินก้อนมาทำประกันได้ ดังนั้นในบางเดือนนั้นอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นทำให้ต้องนำเงินในส่วนที่จะต้องจ่ายค่าประกันไปใช้ ฉะนั้นการจ่ายค่าประกันแบบรายเดือนนั้นต้องมีการวางแผนการใช้เงินอย่างแม่นยำและต้องมีเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ด้วย

สำหรับคนที่จ่ายค่าประกันแบบเหมาจ่ายนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอีกเหมือนกัน นั่นก็คือ การจ่ายแบบนี้ต้องมีเงินก้อน ซึ่งอาจจะสูงพอสมควร เพราะเป็นการจ่ายแบบทีเดียวในรอบปี หรือรอบ 6 เดือน ก็แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละเจ้าประกัน ข้อดีก็คือไม่จำเป็นต้องวางแผนการเงินในส่วนของค่าประกัน ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่มีเงินจ่าย เพราะเราจ่ายทั้งหมดสำหรับปีนี้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *